หลังจากที่ทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางตรงไปยัง
บริษัท สหมงคลประกันภัย (ชื่อเหมือนบริษัทสร้างภาพยนตร์) เพื่อนำเอกสารที่
เตรียมไว้ไปเคลมประกัน
พอไปถึง ก็มีพนักงานผู้หญิงเชื้อเชิญให้นั่งโต๊ะ แล้วก็ตรวจดูเอกสารที่เตรียมไป
ใช้เวลาสักแป๊บ ก็หันมาบอกว่า ใบบันทึกคดีของตำรวจ ต้องใช้ตัวจริงที่มีตราปั๊ม
สีแดงๆ จึงจะใช้ได้ (แล้วไหงไม่บอกแต่แรก)

เนื่องจากระยะทางระหว่างโรงพักช้างเผือกกับบริษัทประกันภัยค่อนข้างไกลอยู่
คนละซีกโลก ผมจึงบอกไปตามนั้น ว่าเดินทางไม่สะดวก

จากนั้น พนักงานผู้หญิงคนดังกล่าวก็นำใบเอกสารออกมาวางบนโต๊ะใบหนึ่ง แล้ว
บอกให้ผมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ สอบถามรายละเอียดมาก
มายยิ่งกว่าให้ปากคำกับตำรวจเสียอีก อย่างเช่น รถเสียตรงไหน ได้ยินคำถามนี้
คุณ ningi จึงถามสวนออกไปว่า ถามอย่างนี้ บริษัทจะช่วยออกค่าซ่อมรถให้ด้วยเหรอ
พนักงานก็ตอบว่า ไม่ เป็นเพียงการสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบคดีเท่านั้น

ตอนแรกที่เห็นพนักงานเอาเอกสารชุดนี้มาให้กรอก เข้าใจว่า เขาคงช่วยให้เรื่อง
ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไปเอาใบบันทึกคดีความตัวจริงที่สถานีตำรวจช้างเผือกอีก
แต่ไม่เลย พอเขียนเสร็จ พนักงานคนนั้น ยังคงส่งใบบันทึกคดีความของตำรวจ
ฉบับสำเนากลับคืนมา พร้อมบอกว่า ไปเอาตัวจริงมาเหมือนเดิม
แล้วที่เขียนบันทึกไปเสียยืดยาวขนาดนั้น เพื่อทำแป๊ะอะไรมิทราบ ทำไมไม่เอา
ใบที่ตำรวจบันทึกมาใช้เป็นข้อมูลก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องเสียเวลา

พอถามกลับไปว่า ถ้าเอาใบบันทึกคดีความตัวจริงของตำรวจมาให้แล้ว สามารถ
เบิกเงินเลยได้หรือเปล่า
พนักงานคนนั้นบอกว่า ยังไม่ได้ ต้องรอส่งเอกสารและต้องรออนุมัติจากเจ้านาย
ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์

ป๊าดดๆๆๆ .......... เงินแค่ 1,300 บาท อะไรมันจะต้องใช้เวลานานและเรื่องมาก
ถึงขนาดนั้น (เงินจำนวนนี้ เป็นเงินที่สำรองจ่ายไปในวันแรก ไม่เกี่ยวกับเงินค่ารักษา
พยาบาลที่ทางโรงพยาบาลลานนาต้องมาส่งเอกสารตั้งเบิกอีกที)
เพิ่งมาเจอบริษัทประกันภัยเรื่องมาก ระบบการทำงานช้านี่แหละครับ อย่างนี้ ต่อไป
คงย้ายไปทำบริษัทอื่นที่ไม่มากเรื่องดีกว่าครับ .............................
